สงสัยมั้ย? ทำไมเก้าอี้สนามกีฬา ต้องทำจากพลาสติก และไม่ใช่เหล็ก?

ถ้าเคยนั่งเชียร์บอล นั่งดูบาส หรือไปงานคอนเสิร์ตในสนามกีฬา จะเห็นว่า “ที่นั่ง” ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกสีๆ แบบถอดเปลี่ยนได้ หลายคนมักสงสัยว่า ทำไมไม่ทำเป็นเหล็กไปเลย ดูแข็งแรงกว่า น่าจะทนกว่า และน่าจะอยู่ได้นานกว่า
คำตอบจริงๆ คือ “เก้าอี้สนามกีฬาไม่ได้แข่งกันที่แข็งอย่างเดียว” แต่แข่งกันที่ความสบาย ความปลอดภัย การดูแลรักษา และค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยเฉพาะสนามกลางแจ้งในประเทศไทยที่เจอแดดแรง ฝนหนัก ความชื้นสูง และบางพื้นที่ยังมีไอเกลือจากทะเลด้วย

มาตรฐานสนามระดับสากล (เช่นแนวทางของ FIFA/UEFA) จึงผลักให้ “เทอร์โมพลาสติกเกรดงานสนาม” กลายเป็นคำตอบหลักของอุตสาหกรรม วัสดุที่เจอบ่อยคือ HDPE และ PP เพราะทำให้ได้ที่นั่งน้ำหนักเบา แต่รับงานหนักได้ดี และจัดการปัญหา “ร้อน-สนิม-เสียงดัง-บาดเจ็บ” ได้เหนือกว่าเหล็กในงานใช้งานจริง ถ้ากำลังวางแผนโครงการ หรืออยากเข้าใจเหตุผลแบบจับต้องได้

เหล็กแข็งแรงก็จริง แต่ “ร้อนและเย็นเร็ว” จนคนดูนั่งไม่ไหว

เหล็กมีคุณสมบัติเด่นคือแข็งแรงมาก แต่จุดที่เป็นปัญหาใหญ่ในสนามกีฬา คือ เหล็กนำความร้อนดีเกินไป
แปลว่าโดนแดดแป๊บเดียวก็ร้อนเร็ว และพอโดนลมหรือฝนก็เย็นเร็วเหมือนกัน ผลที่เกิดขึ้นคือ คนดูรู้สึกไม่สบายทันทีตั้งแต่นั่งลง โดยเฉพาะเกมยาวๆ หรือคอนเสิร์ตที่ต้องนั่งเป็นชั่วโมง

พลาสติกเกรดสนาม (HDPE/PP) จะเหมือนเป็นฉนวนมากกว่า คือไม่ได้ดูด-ปล่อยความร้อนเร็วแบบเหล็ก
อุณหภูมิผิวของที่นั่ง “แกว่งช้ากว่า” ทำให้การนั่งต่อเนื่องทำได้จริงกว่า และนี่คือเหตุผลที่สนามกลางแจ้งแทบทุกที่เลือกพลาสติกเป็นพื้นผิวสัมผัสของผู้ชม

สนิมคือศัตรูตัวจริงของเหล็ก (โดยเฉพาะเมืองไทย)

ถ้าจะทำที่นั่งเป็นเหล็กให้ใช้งานกลางแจ้งได้ ต้องมีการเคลือบผิวหลายชั้น เช่นพ่นสีฝุ่น ชุบกัลวาไนซ์ หรือใช้สแตนเลส ฟังดูเหมือนแก้ได้ แต่ในงานสนามจริง จุดที่เป็นปัญหาคือ รอยขีด รอยกระแทก และการเสียดสี พอชั้นเคลือบมีรอย น้ำและความชื้นจะเริ่มทำงานทันที สนิมจะค่อยๆ ลามจากจุดเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

สนิมไม่ได้แค่ทำให้ดูเก่า แต่ยังเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย เช่น ขอบคม คราบสนิมติดเสื้อผ้า หรือจุดยึดอ่อนแรงในระยะยาว ในทางกลับกัน พลาสติกไม่เป็นสนิม และไม่ต้องมี “ตารางทาสี/ขัดสนิม” แบบเหล็ก จึงควบคุมค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ง่ายกว่า

งานสนามต้อง “ซ่อมไว เปลี่ยนไว” พลาสติกตอบโจทย์กว่า

อีกมุมที่คนมักมองข้ามคือ สนามกีฬาไม่ได้ใช้งานแบบบ้านพักอาศัย แต่ใช้งานแบบ “รอบจัด” มีคนเข้าออกเยอะ
มีโอกาสเกิดรอยขีดข่วน คราบสกปรก การเตะ การกระแทก และบางครั้งมีการก่อกวน ถ้าชิ้นส่วนที่นั่งเสียหาย สนามต้องแก้ให้เร็วที่สุด เพราะมีผลกับภาพลักษณ์และความพร้อมของการจัดงาน

เก้าอี้พลาสติกถูกออกแบบให้เป็น ชิ้นส่วนโมดูลาร์ ถอดเปลี่ยนเป็นตัวๆ ได้ คือถ้าแตก/สีซีด/เสียหาย ก็เปลี่ยนเฉพาะตัวนั้น ไม่ต้องรื้อทั้งแนว และน้ำหนักที่เบากว่า ทำให้ทีมช่างทำงานได้เร็ว ลดเวลาปิดพื้นที่ ลดค่าแรง และลดความเสี่ยงระหว่างซ่อม

เรื่อง “ความปลอดภัยของคนดู” พลาสติกก็ไปไกลกว่าที่คิด

หลายคนคิดว่าเหล็กปลอดภัยกว่า แต่สำหรับ “ส่วนที่คนสัมผัสโดยตรง” ความปลอดภัยไม่ได้วัดแค่แข็งแรง
ต้องดูเรื่อง ขอบคม การลื่น การลวกจากความร้อน และ การบาดเจ็บจากการกระแทก ด้วย พลาสติกสามารถออกแบบขอบให้โค้งมน ทำผิวสัมผัสให้ไม่ลื่น และทำรูปทรงให้รับสรีระได้ดีกว่า

นอกจากนี้ เก้าอี้สนามรุ่นใหม่มักมี “รูระบายน้ำ” หรือทรงที่ไม่ให้น้ำขัง ลดทั้งความสกปรกและความเสี่ยงลื่นล้ม
ในขณะที่ที่นั่งเหล็กบางแบบจะเกิดน้ำขัง/คราบได้ง่าย และถ้าพื้นผิวเคลือบเริ่มเสื่อม จะยิ่งลื่นตอนฝนตก

แล้วพลาสติกไม่ซีด ไม่กรอบเหรอ? คำตอบคือ “ขึ้นกับเกรดและสารกัน UV”

ข้อกังวลที่ถูกต้องคือ พลาสติกเจอแดดนานๆ มีโอกาสสีซีดและกรอบแต่เก้าอี้สนามกีฬา “ไม่ได้ใช้พลาสติกเกรดเดียวกับของใช้ทั่วไป”เกรดงานสนามจะใส่สาร UV Stabilizer (สารช่วยให้ทนแดด) และมักย้อมสี “เข้าเนื้อ” มากกว่าพ่นสีผิวผลคือสีอยู่ได้นานกว่า และโครงสร้างไม่เปราะเร็วเหมือนพลาสติกเกรดต่ำ

ดังนั้นถ้าจะดูคุณภาพเก้าอี้สนามจริงๆ ไม่ควรถามแค่ว่า “พลาสติกหรือไม่” แต่ควรถามต่อว่า HDPE หรือ PP / มีสารกัน UV หรือไม่ / กระบวนการผลิตแบบไหน (ฉีดขึ้นรูป หรือเป่าขึ้นรูป) เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เก้าอี้อยู่ได้นานและคุมงบซ่อมได้จริง

ทำไมสนามใหญ่ถึงนิยม HDPE กับ PP เป็นพิเศษ

ถ้าพูดแบบง่ายๆ HDPE เด่นเรื่องความเหนียว ทนกระแทก และทนสภาพแวดล้อมกลางแจ้งได้ดีส่วน PP เด่นเรื่องความแข็งและขึ้นรูปให้ได้ทรงสวย รองรับสรีระได้ละเอียด ทั้งสองแบบจึงถูกเลือกใช้ตามตำแหน่งและสภาพการใช้งาน

ประเด็น HDPE (งานสนาม) PP (งานสนาม) เหล็ก
ความร้อนจากแดด แกว่งช้า นั่งสบายกว่า แกว่งช้า นั่งสบายกว่า ร้อนเร็ว/เย็นเร็ว ระคายผิวได้
สนิม/กัดกร่อน ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นสนิม ต้องเคลือบผิวและดูแลต่อเนื่อง
การซ่อม/เปลี่ยนชิ้นส่วน ถอดเปลี่ยนเป็นตัวๆ ได้ง่าย ถอดเปลี่ยนได้ง่าย หนัก งานติดตั้ง/ซ่อมช้ากว่า
รูปทรงรองรับสรีระ ทำได้ดี (ขึ้นกับแบบ) ทำได้ละเอียดมาก (งานฉีดขึ้นรูปเด่น) ทำได้ แต่ต้นทุนสูง/เสี่ยงขอบคม
การทนแดด ดีมากเมื่อมีสารกัน UV ดีเมื่อมีสารกัน UV สีเคลือบเสื่อมได้ และร้อนจัด

น้ำหนักเบา = โครงสร้างสนามเบาลง (ช่วยคุมงบงานโครงสร้าง)

สนามขนาดใหญ่มีที่นั่งเป็นหมื่นเป็นแสนตัว น้ำหนักของที่นั่งรวมๆ ส่งผลต่อการออกแบบโครงสร้างรองรับ
ถ้าใช้เหล็กเป็นพื้นผิวที่นั่งทั้งหมด น้ำหนักตายตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนสุดท้ายไปกดค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เช่น โครงสร้างรองรับ จุดยึด และงานติดตั้ง

เก้าอี้พลาสติกทำให้ “น้ำหนักต่อที่นั่ง” ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดผลคือโครงสร้างโดยรวมออกแบบได้คล่องขึ้น ลดภาระในระยะยาว และช่วยให้การติดตั้งทำได้เร็วขึ้นด้วย สนามที่ต้องรีโนเวทหรือขยายที่นั่งก็จะทำได้ง่ายกว่า

เรื่องไฟไหม้: พลาสติกสนามไม่นำไฟง่ายๆนะ

ประเด็นไฟไหม้เป็นเรื่องที่ทุกสนามต้องคิด และหลายคนยกเป็นเหตุผลว่าทำไมเหล็กดูดีกว่า
แต่เก้าอี้สนามเกรดมาตรฐานจะมี “สารหน่วงไฟ” และออกแบบให้ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
จุดสำคัญคือ เลือกเก้าอี้ที่มีสเปกและเอกสารรับรองชัดเจน ไม่ใช่เก้าอี้พลาสติกทั่วไป

สรุปแบบชัดๆ: พลาสติกชนะเหล็ก “ในบทบาทของที่นั่ง” เพราะงานสนามต้องคุมทั้งประสบการณ์และงบ

ถ้าให้สรุปแบบไม่อ้อมค้อม เหล็กเหมาะมากสำหรับ “โครงสร้าง” แต่ไม่เหมาะเป็น “พื้นผิวที่นั่ง” ของผู้ชมในสนามกลางแจ้ง เพราะเหล็กมีปัญหาเรื่องร้อนเร็ว สนิม การดูแลรักษา และความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของชั้นเคลือบ
ส่วนพลาสติกเกรดสนาม (HDPE/PP) ถูกพัฒนามาเพื่อบาลานซ์ทุกอย่างให้สนามทำงานได้จริง:
นั่งสบายกว่า ดูแลง่ายกว่า ซ่อมไวกว่า และคุมงบระยะยาวได้ดีกว่า

หากกำลังมองหา เก้าอี้สนามกีฬา สำหรับโครงการใหม่หรือรีโนเวท แนะนำให้เริ่มจากการเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม (กลางแจ้ง/ใกล้ทะเล/ในร่ม) แล้วค่อยไปดูรายละเอียดเรื่องสารกัน UV ระบบระบายน้ำ งานยึดติดตั้ง และการถอดเปลี่ยนชิ้นส่วน เพื่อคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายในอนาคต

อยากได้คำแนะนำให้เข้ากับสนามจริง + ขอใบเสนอราคา
ส่งแบบ/จำนวนที่นั่ง/พื้นที่ติดตั้งมาได้เลย ทีมงานช่วยเช็คแนวทางเลือกเก้าอี้และระบบติดตั้งให้เหมาะกับการใช้งาน และช่วยคุมงบงานดูแลระยะยาว
💬 LINE Official: ขอคำปรึกษา
📌 Facebook: Chairing Group
📖 อ่านต่อ: ความรู้เกี่ยวกับเก้าอี้

Reference